ทำความรู้จักกับ หลักการตลาดเบื้องต้น ที่คนทำธุรกิจมือใหม่ควรรู้❗

ทำความรู้จักกับ หลักการตลาดเบื้องต้น ที่คนทำธุรกิจมือใหม่ควรรู้❗
ปัจจุบัน การตลาด (Marketing) มีความสำคัญต่อการบริหารองค์กรธุรกิจ และองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร (Non Profit Organization) ให้ประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการบริหารองค์กรทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในยุคการค้าเสรี (Free Trade) ซึ่งการค้าและการลงทุนมีความเสรีและเปิดกว้างทางการตลาดมากขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก ภายใต้กรอบที่กำหนดโดยองค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) หรือในยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่เกิดจากกระแสโลกาภิวัตน์ รวมถึงบทบาทของเทคโนโลยีสาร สนเทศและระบบเครือข่าย Internet ซึ่งได้เพิ่มประสิทธิภาพของการติดต่อสื่อสารให้มีความสะดวกรวดเร็วขึ้น และพัฒนาเป็นระบบการค้าบนเครือข่าย Internet หรือธุรกิจ E-Commerce ซึ่งปัจจุบัน ถือเป็นช่องทางการตลาดที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าการค้าสูงนับเป็นแสนล้านบาทต่อปี ทั้งที่เริ่มแพร่หลายภายในเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาเท่านั้น การตลาดจึงถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่จะนำองค์กรสู่ความสำเร็จภายใต้สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานในปัจจุบัน
🔸คำจำกัดของคำว่า Marketing
สมาคมการตลาดแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำจำกัดของคำว่า Marketing ไว้ดังนี้ การตลาด คือ การกระทำกิจกรรมต่างๆ ในทางธุรกิจที่มีผลให้เกิดการนำสินค้า หรือบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการนั้นๆ ให้ได้รับความพึงพอใจ ขณะเดียวกัน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ
🔸หลักการตลาด 4P
การตลาดแบบ 4P นั้นถือกลยุทธ์ทางการตลาดขั้นพื้นฐาน ที่นักธุรกิจมือใหม่ควรใส่ใจเรียนรู้เป็นอย่างแรก เพราะถือเป็นรากฐานความมั่นคงในการทำธุรกิจของคุณ โดย 4P นั้นก็จะประกอบไปด้วย
P – Products and Service (สินค้า และบริการ) ถ้าคุณจะเริ่มต้นธุรกิจสิ่งแรกที่คุณควรให้ความสนใจก็คือ การทำให้สินค้า และบริการของคุณสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ แต่ความต้องการของลูกค้าก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นการทำธุรกิจของคุณจึงต้องมีการพัฒนาสินค้า และบริการอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันการเลียนแบบของคู่แข่ง และทำให้ลูกค้าเห็นว่าสินค้าได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ หรือการพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้น และนี่คือสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้านั้นเอง
P- Price (ราคา) การตั้งราคาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงกำไรที่จะได้ในการขายแต่ละครั้ง การตั้งราคานั้นมีหลายวิธี ทั้งการตั้งราคาขายจากการบวกกำไรที่ต้องการกับราคาทุน การตั้งราคาขายแบบจิตวิทยา การตั้งราคาที่อิงคู่แข่งขัน และอีกหลายๆ กลยุทธ์สำหรับนักธุรกิจมือใหม่ แต่การตั้งราคาที่เป็นที่นิยมของหลายๆ ธุรกิจจะเป็นการตั้งราคาแบบใช้ต้นทุน + กำไรที่ต้องการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวิธีนี้จะทำให้คุณได้กำไรอย่างล้นหลาม เพราะการตั้งราคานั้นยังมีอีกหลายปัจจัยที่คุณต้องคำนึงถึง นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักธุรกิจมือใหม่ควรศึกษากลยุทธ์ด้านการตั้งราคาอย่างละเอียดก่อนลงมือทำธุรกิจ
P – Place (ช่องทางการจัดจำหน่าย) เมื่อคุณรู้แล้วว่าสินค้า และบริการแบบไหนที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า และมีการตั้งราคาที่เหมาะสมแล้ว ปัญหาต่อมาที่คุณต้องคำนึงถึงคือทำเลที่ตั้ง ที่คุณจะเลือกขายสินค้า และบริการของคุณ หากคุณเลือกขายสินค้าในซอยที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรผ่านไปมา การขายของคุณนั้นก็เป็นไปได้ยากลำบาก นอกจากการเลือกทำเลที่ตั้งแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายยังต้องคำนึงถึง การขนส่ง สถานที่จัดเก็บสินค้าคงคลัง โดยสองส่วนนี้สามารถกระทบกับกำไรของคุณได้เช่นกัน
P – Promotion (การส่งเสริมการตลาด) การส่งเสริมการตลาดนั้นทำขึ้นมาเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น หรือเป็นการแนะนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด โดยการแจกตัวอย่างทดลอง การลดราคา การจัดโปรโมชั่นในโอกาสพิเศษต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ ที่จะทำให้เกิดความต้องการที่จะซื้อสินค้าของคุณ วิธีนี้อาจจะทำให้คุณได้กำไรน้อยลง แต่นี่ก็เป็นวิธีที่ดีสำหรับการขยายฐานลูกค้าของคุณแน่นอน
🔸กลยุทธ์การตลาดแบบ 4C
1. Customer – สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หรือกำลังมองหา
นักธุรกิจต้องหันมาสนใจลูกค้ามากขึ้น ศึกษาและทำความเข้าใจลูกค้าว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หรือมองหา จริงๆแล้วคืออะไร อาจจะมีการสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลว่า ลูกค้ามีปัญหา หรือ Pain Point อะไรบ้าง ที่ต้องการได้รับการแก้ปัญหา หลังจากนั้นจึงนำเสนอสินค้า หรือบริการที่มารองรับความต้องการในจุดนี้
2. Cost – ความคุ้มค่าของลูกค้า
ลูกค้าจะเกิดการเปรียบเทียบระหว่างราคา และคุณภาพที่ได้รับว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ รวมไปถึงเรื่องเวลา ความรู้สึก และปัจจัยอื่นๆ ที่ลูกค้าต้องแลกกับการซื้อสินค้า หรือใช้บริการของเรา
การตั้งราคาสินค้าควรตั้งให้สอดคล้องกับคุณภาพของสินค้า และความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับ หากสินค้าราคาสูงมาก และคุณภาพก็ดีมากเช่นกัน ทำไห้ลูกค้ายอมจ่าย เพราะรู้สึกคุ้มค่า และสมเหตุสมผล
3. Convenience – ความสะดวกสบายในการซื้อ หรือใช้บริการ
ในส่วนนี้ เราต้องคำนึงถึงการจัดจำหน่ายช่องทางไหนที่สะดวกต่อผู้บริโภคมากที่สุด อาจจะมีการสำรวจรวบรวมข้อมูลว่า ปกติแล้วกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรามีการซื้อสินค้า หรือบริการประเภทนี้ผ่านช่องทางไหนบ้าง รวมไปถึงการชำระเงินช่องทางไหนที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับลูกค้า
ปัจจุบันเราอยู่ในยุคออนไลน์ บางธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน เพียงแค่จำหน่ายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ นอกจากนี้ เราจะต้องมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายเพื่อให้ลูกค้าหลายๆกลุ่มเข้าถึงสินค้า และบริการของเราได้ และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้อีกด้วย
4. Communication – การสื่อสาร และการเลือกช่องทางการสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
การสื่อสารในที่นี้ จะไม่เน้นไปที่การเชิญชวน หรือชี้นำ แต่จะให้ความสำคัญกับรูปแบบการสื่อสาร เนื้อหาที่นำเสนอ หรือสื่อช่องทางไหนที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าของเรามากที่สุด
หากเราสื่อสารไปให้ลูกค้าทราบว่า ทำไมลูกค้าจึงเหมาะสมกับสินค้า หรือบริการของเรา ในขณะนั้นลูกค้าอาจจะยังไม่ตัดสินใจซื้อ หรือใช้บริการ แต่เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้า หรือใช้บริการ ธุรกิจของเราก็อาจจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆเลยก็เป็นได้
🔸การตลาดทางตรง (Direct Marketing)
การติดต่อสื่อสารเพื่อทำการขายสินค้ากับเป้าหมายโดยตรง โดยอาจติดต่อผ่านทางโทรศัพท์มือถือ การส่งจดหมายหรือช่องทางใดก็ได้ ซึ่งการติดต่อสื่อสารดังกล่าว ก็จะต้องทำให้นักการตลาดสามารถวัดผลการตอบสนองจากผู้บริโภคได้ดี
รูปแบบของสื่อที่มักจะถูกนำมาใช้ในการตลาดทางตรง สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
- การใช้สื่อโดยตรง ก็คือการใช้สื่อในการติดต่อโดยตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เลือกไว้แล้ว โดยคาดว่ากลุ่มเป้าหมายนี้น่าจะมีความต้องการในสินค้าและบริการมากที่สุด และคาดว่าน่าจะได้รับการตอบกลับสูง ซึ่งนิยมติดต่อผ่านทาง โทรศัพท์ ไปรษณีย์และคอมพิวเตอร์
- การใช้สื่อมวลชน เป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ได้รู้จักกับสินค้าและบริการก่อนจะตัดสินใจซื้อ โดยนิยมติดต่อผ่านทางวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
🔸ทุกเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาด้วย 5W1H
1.What : อะไร?
คำอธิบาย : คำอธิบายของกิจกรรม ปัญหา หรือ วัตถุประสงค์ของโครงการ
เป้าหมาย : วัตถุประสงค์ การกระทำ ขั้นตอนการทำงาน เครื่องจักร
ตัวอย่างคำถาม : ปัญหาหรือความเสี่ยงคืออะไร ? อะไรคือสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง? ลักษณะของผลิตภัณฑ์คืออะไร
2.Who : ใคร?
คำอธิบาย : กำหนดผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสีย ผู้รับผิดชอบ หรือผู้ได้รับผลกระทบ
เป้าหมาย : ผู้ปฏิบัติงาน ผู้จัดการ ซัพพลายเออร์ เหยื่อ ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง
ตัวอย่างคำถาม : ใครเป็นผู้รับผิดชอบ? ใครเป็นผู้เจอปัญหา?
3.When : เมื่อไหร่
คำอธิบาย : กำหนดเวลาที่สถานการณ์จะเกิดขึ้น
เป้าหมาย : วัน/เดือน/ปี ,หรือระยะเวลา และความถี่
คำถามตัวอย่าง : ใช้เวลานานแค่ไหน? ติดตั้งวันไหน? ปัญหาเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?
4.Where : ที่ไหน
คำอธิบาย : อธิบายเกี่ยวกับสถานที่
เป้าหมาย : โรงงาน ห้องประชุม เวิร์กสเตชั่น Zoom Meeting หรือ บริษัทลูกค้า
คำถามตัวอย่าง : สถานที่ติดตั้งอยู่ที่ไหน? ปัญหาอยู่ที่เครื่องจักรใด
5.Why : ทำไม
คำอธิบาย : อธิบายแรงจูงใจหรือวัตถุประสงค์หรือเหตุผลเบื้องหลังวิธีการทำงาน
เป้าหมาย : เป้าหมาย วัตถุประสงค์ และ เหตุผล
คำถามตัวอย่าง : วัตถุประสงค์ของเป้าหมายคืออะไร ? เหตุใดจึงเลือกเครื่องจักรของบริษัทนี้?
6.How : อย่างไร
คำอธิบาย : กำหนดวิธีการดำเนินงาน ขั้นตอน และวิธีการ
เป้าหมาย : ขั้นตอนวิธีการขององค์กร กระบวนการทำงาน
คำถามตัวอย่าง : มีแผนการจัดการอย่างไร? ใช้วีธีการแก้ปัญหารูปแบบใด? ใช้ทรัพยากรใดบ้างเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์?
สุดท้ายนี้เกี่ยวกับการตลาดเบื้องต้น อย่างที่ได้อธิบายไปแล้ว การตลาดนั้นครอบคลุมหลายหัวข้อมาก ซึ่งก็คงไม่สามารถอธิบายกันได้หมดภายในบทความเดียว หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาด แนะนำให้อ่านหัวข้อย่อยในบทความนี้ให้ละเอียด
-----------------------------------------------------------------------------------
สนใจบริการดูแลการตลาดออนไลน์ | ทำการตลาดออนไลน์ | ทำกราฟฟิคครบวงจร | สามารถติดต่อเราได้ตลอด | รับสร้างแบรนด์ | รับทำการตลาดออนไลน์ | รับทำแผนการตลาดออนไลน์ | รับสร้างแบรนด์ | รับดูแล Facebook แฟนเพจ | รับดูแล LINE OA สามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รายละเอียดบริการดูแลการตลาดออนไลน์
ตัวอย่าง ผลงานแบรนด์ต่างๆ ที่เราดูแลการตลาดออนไลน์ให้
------------------------------------------------------------------------------------
💙ปรึกษาทีมงานของเรา💙
📱Tel : 0840104252 📱0947805680
สายด่วนออฟฟิศ : 034-900-165 , 02-297-0811 (จันทร์-ศุกร์)
📨 Inbox : http://m.me/ChatStick.TH
┏━━━━━━━━━┓
📲 LINE: @chatstick
┗━━━━━━━━━┛
หรือคลิ๊ก https://goo.gl/KuzCpM
🎉รายละเอียดที่ http://www.chatstickmarket.com/langran
🎉ชมผลงานเราได้ที่ https://www.chatstickmarket.com/portfolio
Comments